หนุ่มหื่นลวงพริตตี้ถ่ายหวิว พ่อแฉไม่รักดี ตัดขาด

ลวงพริตตี้

ลวงพริตตี้ หนุ่มหื่นถ่ายหวิว พ่อแฉไม่รักดี ตัดขาด

หลังจากที่ น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เน็ตไอดอลคนดัง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ดิษพงษ์ เนินสุด รองสารวัตร (สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม

เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุม นายเด่นภูมิ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา เลขที่ จ.49/2561 ลงวันที่ 6 ก.พ.2561 ในข้อหา

นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ หลังข่มขู่ว่าจะนำภาพลามกอนาจารของ น.ส.เอ๋

มาโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ตหากไม่ยอมร่วมหลับนอนด้วย

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ยืนยันว่า นายเด่นภูมิ ถูกจับกุมตัวข้อหาเสพยา ขณะที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 9

เวลา 00.30 น. ของวันที่ 13 ก.พ. นายเด่นภูมิ รับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เสพยาจริง ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งตัว

นายเด่นภูมิ ไปที่ศาลอาญารัชดา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า หากผู้ต้องหามีหมายจับอื่นสามารถให้ตำรวจท้องที่

สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ทำเรื่องขออายัดตัวผู้ต้องหามาได้ทันที เพื่อรอรับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ น.ส.เอ๋ เน็ตไอดอล ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เรื่องราวดังกล่าว เกิดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ระยะเวลาจะผ่านมานานร่วม 1 เดือน

ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ตนจึงเข้าประสานกับทางกองปราบปราม ให้ดำเนินการเร่งหาตัวคนร้ายมาลงโทษ เพราะรู้สึกไม่สบายใจ

ที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ เชื่อว่าคนร้ายไม่ได้ก่อเหตุกับตนเพียงคนเดียวแน่นอน

ลวงพริตตี้ หนุ่มหื่นถ่ายหวิว พ่อแฉไม่รักดี ตัดขาด

ภายหลังจากเรื่องราวถูกนำเสนอเป็นข่าว ได้มีกระแสข่าวว่า ทำไมตนถึงยอมแก้ผ้าตามที่คนร้ายบอก เรื่องนี้ตนอยากชี้แจงว่า ขณะนั้นรู้สึกเชื่อในคำพูดคนร้ายไปแล้ว

และสมองไม่ได้คิดเรื่องอื่น พร้อมยอมรับความผิดพลาด แต่อยากให้สังคมมองอีกมุมว่า ให้เร่งเอาผิดกับคนร้าย เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก

และต้องกำจัดคนเช่นนี้ออกจากสังคม และอยากบอกว่า “ถ้าหากไม่เจอกับตัว คงไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไร”

ทีมข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับ นายขจร (นามสมมติ) บิดาบุญธรรมดาของนายเด่นภูมิ เปิดเผยว่า ตนรับเลี้ยง

นายเด่นภูมิมาตั้งแต่เกิด เนื่องจากนายเด่นภูมิถูกพ่อแม่ทอดทิ้งที่โรงพยาบาล

หลังจากเลี้ยงดู นายเด่นภูมิ จนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้พาไปสมัครเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน.

จนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตลอดระยะเวลาที่เลี้ยงดูมา จะเห็นว่าพฤติกรรมของ นายเด่นภูมิ เป็นคนชอบสร้างปัญหาให้ครอบครัว

อีกทั้งติดตายาเสพติด และชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีกด้วย

นายขจร ยอมรับว่า คอนโดของนายเด่นภูมิ อยู่ที่ย่านเมืองทองธานี แต่ตนได้ขายไปแล้ว เนื่องจากนายเด่นภูมิ

พักอาศัยที่คอนโดดังกล่าวมักจะมีแต่ปัญหา จึงตัดสินใจขายคอนโด

นอกจากนี้นายขจร ได้ทำเรื่องทำเรื่องยกเลิกรับนายเด่นภูมิ เป็นบุตรบุญธรรมมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่นายเด่นภูมิ ยังใช้นามสกุลของตน

และยังเดินทางมาขอความช่วยเหลือเป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จะโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ

ด้วยความผูกพันตนจึงไปช่วยเหลือเป็นบางครั้ง ส่วนภรรยาจะให้ความช่วยเหลือเรื่องการเงิน เพราะรู้สึกรักและผูกพันกับนายเด่นภูมิ

ตลอดระยะเวลา 36 ปี ที่เลี้ยงดู นายเด่นภูมิ ถูกจับติดคุกมากกว่า 10 ครั้ง ส่วนตัวอยากให้นายเด่นภูมิ ติดคุกนานๆเนื่องจาก นายเด่นภูมิ

ชอบทำตัวเป็นปัญหาสังคม นายขจร เปิดเผยอีกว่า นายเด่นภูมิ เป็นคนไม่มีญาติพี่น้อง มีแต่ตน และภรรยาที่เลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี

และชื่อพ่อแม่ที่ระบุในทะเบียนราษฎร์ ไม่ใช่ชื่อของตน แต่เป็นชื่อของพ่อแม่แท้ๆของนายเด่นภูมิ นายขจร ได้พูดถึงนายเด่นภูมิว่า

เป็นคนพูดเก่ง พูดจากผิดให้กลายเป็นถูกได้ เรียกได้ว่า “ไม่ใช่พูดจนลิงหลับ แต่พูดจนลิงยื่นกล้วยให้”

ตอนนี้ตนทราบว่า นายเด่นภูมิ ถูกจับกุมตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง คดียาเสพติด ที่มั่นใจเพราะตนเพียงไปรับทรัพย์สินของนายเด่นภูมิ

กลับมา ทั้งนี้ตนอยากให้ผู้เสียหาย เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้เพิ่มโทษ เพราะนายเด่นภูมิจะได้ไม่ออกมาสร้างความเดือนร้อนกับคนอื่นได้อีก

อย่างไรก็ตาม นายขจร ยืนยันว่าตนเห็นข่าวว่า นายเด่นภูมิ ไปหลอกลวงหญิงสาว แต่ไม่ทราบรายละเอียด

แต่หลังจากยกเลิกเป็นบุตรบุญธรรมและขายคอนโดที่เมืองทองธานีไป นายเด่นภูมิก็กลายเป็นคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *